#ขออภัยหากไม่ได้เรียนเชิญด้วยตัวเอง...
สถานที่จัดงาน 141 ม.3 บ้านนาเขท่า อ.บ้านแพง จ.นครพนม...เด้อ..!!

สิ่งที่ผมรู้สึกและกังวลบ้าง....สำหรับงานนี้ และอยากบอกครับ!!
- งานนี้พวกเราจัดแบบเรียบง่ายและตรงกับเทศกาลสงกรานต์ อาจไม่สะดวกกับแขกที่เดินทางเท่าไหร่นัก....อันนี้ต้องขอภัยอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้
- การเรียนเชิญเราจะบอกกล่าวกัน ไม่มีซองเรียนเชิญเป็นทางการนัก ฉะนั้นเราเลยทำเว็บบล๊อคขึ้นมา เพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติม (ง่ายและประหยัด เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันครับ)
- ตาร์และกิ๊บ เราสองคนรู้ว่าเรามีญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือหลายๆ ท่าน เรามีพี่ๆ ที่เราก็รักและเคารพอีกหลายๆ คน เรามีเพื่อนๆ ที่เรายังคิดถึงเสมอมา เรามีน้องๆ หลายคนที่นับถือและยินดีกับเราทั้งสองคน แต่ต้องขออภัยที่ไม่ได้เรียนเชิญรับทราบกันถ้วนหน้าทุกคน "เพราะเราจัดงานเพื่อกันและกันแบบเรียบง่าย...."
- ญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือหลายๆ ท่าน พี่ๆ ที่เราก็รักและเคารพอีกหลายๆ คน เพื่อนๆ ที่เรายังคิดถึงเสมอมา น้องๆ "หากเราไม่ได้เรียนเชิญหรือแจ้งข่าวในงานนี้ แต่เรายังเคารพและคิดถึงทุกๆ ท่านเหมือนเดิม และทุกๆ คนคงจะอวยพรให้เราสองคนด้วยความปรารถนาดี" แต่หากเราสองคนไม่แจ้งข่าวไป แล้วทำให้ทุกๆ ท่านไม่ได้รับเกียรติเป็นส่วนร่วมในพิธีงานสมรสระหว่างเราครั้งนี้ เราสองคนขอรับผิดไปโดยปริยาย....และหวังว่าทุกๆ คนจะให้อภัยเราทั้งสองคน
- ญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือหลายๆ ท่าน พี่ๆ ที่เราก็รักและเคารพอีกหลายๆ คน เพื่อนๆ ที่เรายังคิดถึงเสมอมา และน้องๆ หากเราสองคนได้เรียนเชิญหรือท่านรู้ข่าวพิธีงานสมรสระหว่างเราสองคนครั้งนี้ และท่านไม่สามารถมาร่วมงานในครั้งนี้ได้ ท่านไม่จำเป็นต้องหาของขวัญหรือทรัพย์สินเงินทองมาเป็นตัวแทนแต่อย่างใด "เราสองคนขอแค่ท่านอธิฐานจิตด้วยความปรารถนาดีให้เราสองคน แค่นี้เราก็รับรู้ได้และเป็นเกียรติอย่างสูงยิ่งแล้ว" เพราะเราเชื่อว่าไม่มีทรัพย์สมบัติใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการปรารถนาดี.....จักขอบพระคุณอย่างสูงครับ.....
... แนะนำตัวเจ้าบ่าว-เจ้าสาวจักหน่อย ....
(และบทสัมภาษณ์ท้ายรายการ)
น.ส.นภัทปภา จันดาประดิษฐ์
เกิดและโต ที่ 141 ม.3 ต.นาเข
อ.บ้านแพง นครพนม
วันเกิด จันทร์ ที่ 3 พย 2529 ปี
วันเกิด จันทร์ ที่ 3 พย 2529 ปี
ชื่อบิดา นายสุบัน สีชา (ถึงแก่กรรม)
ชื่อมารดา นางเกษมสุข
สีชา อายุ 56 ปี
เป็นลูกสาวคนเดียว
อนุบาล – ม.3 เรียนที่โรงเรียน
บ้านนาเข อ.บ้านแพง นครพนม
ม.ปลาย ที่ โรงเรียน นครพนมวิทยาคม
อ.เมือง นครพนม
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร
บริหารธุรกิจ สาขาการตลาด
บริหารธุรกิจ สาขาการตลาด
ปัจจุบันทำงานที่ สถานตรวจสภาพรถ
ท่าอุเทนบริการ อ.ท่าอุเทน นครพนม
คุณพ่อสุบัน-คุณแม่เกษมสุข
กิ็บสมัยเด็ก
เพื่อนๆ สมัยเรียน
สำหรับผมแล้วต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงยิ่งสำหรับ พระคุณพ่อแม่ พระคุณครูอาจารย์ พี่ ป้า น้าอา พระคุณปู่ย่าตายาย และขอขอบคุณเพื่อนสนิทมิตรสหาย ที่เป็นเบ้าหลอมที่ดีทำให้ผมได้มีวันพิเศษนี้ขึ้นมา....
คุณแม่จันไตร - คุณพ่อสมาน -ต้าร์
เบ้าหลอมที่ 1 : พระคุณพ่อ-พระคุณแม่ เพราะชีวิตมันไม่ง่ายและไม่เคยสบาย ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน เลี้ยงลูกๆ เพราะตั้งแต่จำความได้เห็นพ่อ-กับแม่ ทำงานหนักและแทบไม่ได้พัก งานหนักก็ทำ เบาก็ทน สอนให้ขยัน อดทน เก็บเล็กผสมน้อย อย่าคดโกง
โดยพ่อเป็นนักเกษตรที่ไม่ยอมหยุดที่จะยอมแพ้ แม้จะถูกบ้างผิดบ้าง เท่าที่จำได้พ่อเคยปลูก สัปรด, มันสัปหลัง, กล้วยหอม, มะพร้าว, มะม่วง, ละมุด, เงาะ เป็นการลองผิดลองถูก เพราะต้องการพัฒนา เรียนรู้ด้วยการทำจริง ลงมือจริง ในช่วงที่ยังมีคนรู้จักยางพาราน้อยมาก ช่วงนั้นมีข่าวเรื่องยางพาราและปาล์มน้ำมันเริ่มจะขยายพื้นที่ปลูกมาภาคอีสานใหม่ๆ เพราะเข้าใจว่าคนใต้รวยเพราะยางพาราและปาล์ม ทำให้พ่อที่เคยลองปลูกพืชมาเกือบทุกอย่างแล้ว ลองมาศึกษาแล้วสุดท้ายก็เลือกปลูกยางพารา เพราะปาล์มน้ำมันจะใช้น้ำเยอะกว่ามาก มันจึงเป็นจุดเปลี่ยนตั้งแต่นั้นมาเพราะยางพารามันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ช่วงนั้นผมก็จะอยู่ประมาณ ป.5 ช่วงนั้นผมยังไม่รู้หรอกว่าต้นยางพารามันดียังไง ผมก็ช่วยปลูกและดูแลช่วยพ่อ-แม่เป็นอย่างดี อากาศร้อนๆ ก็ต้องดายหญ้ารดน้ำ ฝนตกๆ ก็ทำโคลนใส่ปุ๋ย เพราะถ้าไม่ใช่ปุ๋ยช่วยฤดูฝนแล้ว ก็จะไม่มีน้ำให้ใส่ปุ่ย ยางก็จะโตช้า ผ่านไป 1ปี 2ปี 3ปี ต้องดูแลอย่างดี และเริ่มขยายพื้นที่ปลูกไปเรื่อยๆ แต่พอมาถึงวันนี้แล้วบอกได้เลยว่าชื่นใจ...ความเหนื่อยมันหายไปเมื่อเราพักแล้ว แต่ที่ทำให้ยิ้มได้เสมอเมื่อกลับไปดู แล้วไปเห็นต้นยางที่เคยปลูกและเคยดูแล เห็นน้ำยางเต็มถ้วย....มันคือความภูมิใจ และดีใจที่พ่อเป็นแคนแรกๆ ที่กล้าลงทุนปลูกยางพาราวันนั้น... แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังทำงานเหมือนเดิม โดยปลูกยางเพิ่ม...(รวมถึงแปลงของผมเอง...นะเนี๊ยะ)
นี่คือ...!! ผลผลิตจากต้นยางพารา จากความรักและการคอยดูแลเอาใจใส่
ต้องขอบคุณพรีเซนต์เตอร์หนุ่มหล่อ-สาวสวยนะครัช... (พี่ตั้ม-พี่เปิ้ล)
ที่ว่าแม่ผมเป็นคนเก่งมาก เพราะผมคิดย้อนไปดูแล้ว...แม่เป็นเป็นนักเศรษฐศาสตร์-การเงิน-นักลงทุน บริหารความเสี่ยงได้ดีเยี่ยม ทำประโยชน์สูงสุดในสิ่งที่มีอยู่ และกล้าที่จะลงทุนเมื่อผลตอบแทนคุ้มค่า เพราะช่วงที่คนไปทำงานต่างประเทศกันเยอะ แม่ก็จะปล่อยเงินกู้ ถ้าเห็นว่าคุ้มแม่ก็จะไปหาแหล่งเงินกู้ เพื่อมาลงทุนอีกที จะได้มากได้น้อยแต่ผมว่าแม่ก็เลี้ยง ลูกๆ ผ่านมาได้ (เรื่องหาแหล่งเงินกู้ แม่ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญทีเดียว...)
เป็นนักการตลาด-นักการขาย แม่ผมขายกับข้าวที่โรงเรียนมัธยม รร.กุดบงพิทยาคาร เป็นรุ่นแรกๆ โดยช่วงแรกพี่ต้อมเป็นคนช่วยขาย และพอผมเข้าเรียน ม.1 พี่ต้อมก็ไปเรียนต่ออีกที่หนึ่ง เพราะสมัยนั้นมีสอนถึงแค่ ม.3 ผมก็ช่วยแม่จนจบ ม.6 แม่เคยพาผมไปขับรถขายเงาะที่หมู่บ้านใกล้เคียงแม้ฝนจะตก แม่ก็เอาถุงพลาสติกสวมหัวแล้วให้ผมขับรถไปตามหมู่บ้านต่างๆ...แม่พาพวกเราเอาข้าวเปลือกไปสี แล้วแม่ก็ขายเป็นข้าวสาร แม้จะได้กำไรน้อยนิด แต่แม่ก็สอนเก็บเล็กผสมน้อย ได้เพิ่มมา 5 บาท 10 บาทก็ดีแล้ว ค่อยๆ เก็บไป ถ้าเราประหยัด เดี่ยวสักวันก็มี...
แม่เป็นนักบัญชี แม่จะจ่ายตลาดเพื่อซื้อเตรียมของมาทำกับข้าวขาย พอขายเสร็จแม่จะคำนวณเองเลยว่าขายได้เท่าไหร่ วันนี้ได้กำไรเท่าไหร่ ผมจะเห็นแม่ทำเป็นปกติ
แม่เป็นนักเกษตร พ่อทำ แม่ทำและช่วยคิด พอเรียนรู้ยางพาราแล้ว ซึ่งช่วงที่ปลูกแรกๆ รัฐบาลจะสนับสนุนให้ปลูกยางพาราโดยให้ต้นกล้ามาปลูก แต่พอจะเริ่มปลูกเพิ่มตอนนั้นแม่มีแนวคิดว่าเราน่าจะทำกล้าปลูกเองจะได้ประหยัด พอทำไปทำมา ก็ทำกล้าพันธุ์ยางพาราขายเจ้าแรกๆ ในหมู่บ้านด้วย ถือเป็นรายได้อีกอย่างหนึ่ง จนทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่แต่ค่อยๆ ทำน้อยลงและส่วนหนึ่งก็ยังเอาไว้ปลูกเอง...
... แม่คือพระโพธิสัตย์ของลูกๆ ...
แม่เป็นพระโพธิสัตย์ของลูกๆ เป็นแบบอย่างที่ดีในการเชื่อมั่นในการทำความดี เกรงกลัวต่อการทำบาป และแม่ได้ตั้งปฎิธานทานเจตลอดชีวิต และถวายตัวเพื่องานบุกเบิกงานธรรม ซึ่งผมภูมิใจที่แม่เป็นแบบอย่าง และแม่ตัดจากโลกภายนอกที่วุ่นวายมุ่งสู่เส้นทางพระอริยะ........
คุณแม่ - แม่โก๊ะ - พี่สาวแม่
คุณตาเสาร์ บุญคำ
กับหลานชายทั้ง 2 คน (ต้าร์ - คิม)
เด็กเลี้ยงควาย 2 คน มีทุกวันนี้เพราะคุณตา
กับหลานชายทั้ง 2 คน (ต้าร์ - คิม)
เด็กเลี้ยงควาย 2 คน มีทุกวันนี้เพราะคุณตา
เบ้าหลอมที่ 3 : พี่ต้อม ช่วงที่ได้อยู่ด้วยกันและพี่ต้อมต้องดูแลผม เพราะพ่อแม่ต้องทำสวนแต่เช้ามืด กลับก็ไม่แน่นอน ค่ำบ้าง ดึกบ้าง ก็ตอนที่ผมเริ่มเข้าเรียน ป.1 พี่ต้อมก็จะอยู่ ป.4 เพราะสมัยนั้นยังไม่มีเรียนอนุบาล เพื่อนหลายๆ คนที่เริ่มเรียนวันแรกก็มีร้องไห้กลับบ้านบ้าง หลายคนก็ได้เรียนอนุบาลมา ก็ปรับตัวได้ง่าย แต่เนื่องจากผมมีพี่แนะนำ ซึ่งตอนนั้นรู้อย่างเดียวคือได้เลขที่ประจำตัวหมายเลข 4 ช่วงเปิดเรียนไม่กี่วันทุกอย่างยังไม่เข้าที่ คุณครูก็ว่างบ้างไม่ว่างบ้าง ช่วงนั้นน่าจะประมาณปี 2536 มีอยู่วันหนึ่่งคุณครูไม่อยู่ผมเลยไปสอนเพื่อนๆ เขียนชื่อตัวผมเอง เพราะพี่ผมสอนผมเขีนชื่อตัวเองเป็นตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน และเมื่อเริ่มเข้าโรงเรียนประถมพี่ต้อมก็จะคอยดูแล และช่วงมัธยมยังสอนให้ทำงานระหว่างเรียน รับจ้างพิมพ์งานเอกสารและพิมพ์รายงานให้เพื่อนๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นผมช่วยพี่ต้อมอัดเทปขาย คืออัดเพลงใส่ม้วนเปล่า เอาเพลงที่ชอบและลูกค้าอยากได้มาอัดในม้วนเดียวกัน ซึ่งเข้าใจว่าธุระกิจนี้มาจากพี่ตั้มด้วยซ้ำ แต่ก่อนมันเป็นรุ่นเปิดเพลงฟังจากเทป จะอัดแต่ละเพลงต้องเอาปากกามาหมุนให้ได้เพลงตามที่ต้องการ ซึ่งผมก็คอยเป็นผู้ช่วย แต่พอมาสมัยผมเปลี่ยนเป็นซีดี ก็พี่ต้อมนี้แหล่ะที่ซื้อเครื่องก๊อปปี้แผ่นซีดีให้ผม และผมก็ทำรายได้ระหว่างเรียนเป็นอย่างดี
และพี่ต้อมมีอิทธิกับผมอย่างมาก เพราะเรื่องการกินสมัยเด็กๆ ก็จะเป็นพี่ต้อมที่ทำอาหาร และอาหารจะไม่เผ็ด รสหวานนิดๆ ผมชอบใส้กรอกทอดและใส่น้ำตาลนิดๆ ฝีมือพี่คนนี้แหล่ะครับ เรื่องไข่เจียว, ไข่ต้ม, ทอดไข่-ไข่ทอด อะไรที่ทำกับไข่จะได้กินหมด และอีกเรื่องคือการฟังเพลง คือเพลงลูกทุ่งเป็นหลักและผมก็ได้อิทธิพลแบบเต็มๆ จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งช่วงวัยขนาดนั้นเป็นช่วงเวลาที่ถูกหล่อหลอมและรับอิทธิได้อย่างดี
สามก้อนเส้า....!! ของแม่โก๊ะ (คุณยายสีดา)
( พี่ตั้ม - พี่ต้อม - ต้าร์ )
เบ้าหลอมที่ 4 : พี่ตั้ม พอผมอยู่ ม.6 พี่ต้อมก็ไปเรียนและทำงานกรุงเทพแล้ว ส่วนพี่ตั้้มเรียนและทำงานอยู่ที่ชลบุรี ช่วงนี้เป็นช่วงที่หนักที่สุดของพ่อกับแม่เพราะลูกทั้งสามคนเรียนพร้อมกัน ต้องชักหน้า ดึงหลัง เพราะเงินต้องใช้เยอะมาก แต่แม่ก็ไม่ย้อท้อ ตอนนั้นพวกเราไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นพ่อแม่ต้องใช้เยอะแค่ไหนที่มาส่งเสียพวกเราให้ได้เรียนทั้งสามคน (ตอนนั้นพึ่งเริ่มทำสวนยาง ช่วงลงทุนยังไม่ได้กรีด) แต่เรื่องนี้ทำให้พ่อกับแม่ ต้องตัดสินใจขายสวนยางพาราที่เพียรปลูกมาประมาณ 3 ปี ด้วยน้ำพักน้ำแรง จำนวนประมาณ 30 ไร่ แม่บอกว่าขายประมาณ 300,000 บาท เพราะเราต้องการใช้เงินด่วนก็เลยต้องรีบขาย และพอผ่านไป 1 ปี แปลงนั้นก็ถูกขายไปอีก 700,000 กว่า และอีกไม่ถึงปีก็ถูกขายไปอีกล้านกว่า ซึ่งทุกครั้งที่ได้ยินพ่อแม่เล่าแล้วพวกเราก็เสียใจไม่น้อย.....
ทุกๆวันนี้ถ้าได้ยินแม่เล่า ว่า "ไม่มีคนใดที่จะสามารถส่งลูกให้ได้เรียนระดับปริญญาตรีพร้อมกันทั้ง 3 คน" และลูกๆ ทุกคนได้ดิบได้ดี เป็นคนดีของพ่อแม่...มันทำให้พวกเราภูมิใจที่พวกเราเป็นลูกกตัญญูทำให้พ่อแม่ดีใจครับ....
เมื่อผมจบ ม.6 ผมได้เรียนต่อ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ช่วงนั้นเป็นช่วยที่พ่อแม่ต้องกรำงานหนักกันสองคน เพราะลูกๆ ทั้งสามคนไม่มีใครอยู่ช่วยงานเลย และเมื่อผมเข้าเรียนพี่ตั้มก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยเหมือนเดิม แต่พี่ตั้มจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาเป็นค่าใช้จ่ายให้ผมใช้ในการเรียน ช่วงนั้นพี่ตั้มทำหน้าที่เป็นพ่อแม่ดูแลผมเป็นอย่างดี เพราะถ้าช่วงนั้นพี่ตั้มไม่ส่งเสียค่าใช้จ่ายผมอาจจะไม่ได้เรียนจนจบเหมือนทุกวันนี้ และเมื่อผมจบมาแล้ว รถคันแรกของผม (กค 804 หนองคาย ) คือของขวัญที่พี่ตั้ม-พี่เปิ้ลและคุณแม่มอบให้อีก ....ผมต้องขอบพระคุณพ่อแม่ที่สั่งสอนพวกเราให้รักกันและช่วยเหลือกัน.... ผมต้องขอบคุณพี่ชายคนนี้ที่ช่วยเหลือเสมอมาครับ..
อีกอย่างที่พี่ตั้มได้เป็นแบบอย่างด้านการศึกษาเล่าเรียน ผมก็เลยคิดไว้ว่าผมจะต้องทำได้เหมือนพี่เขา ซึ่งช่วงเข้าปีหนึ่งทำให้เราต้องแข่งกับตัวเองและคนอื่น ก็รู้สึกกังวลมาก เทอมแรกเลยอ่านหนังสือเยอะมาก ตื่นมาแต่ตี3บ้าง ตีห้าบ้างเพื่ออ่านหนังสือ โดยตอนนั้นอ่านที่เรียนมาแล้ว และอ่านก่อนที่อาจารย์สอนอีก พออ่านไปได้สักพักทำให้เราสนุก เวลาไปเรียนก็ทำให้เราเข้าใจง่ายด้วยเพราะเราอ่านไปก่อนแล้ว ก็ทำให้เทอมแรกเราไปได้แบบค่อยข้างดีเกินที่ตั้งเป้าไว้.... เพราะผมรู้ว่าผมจะทำให้ดีที่สุด และจะไม่ให้เสียโอกาสที่พี่และพ่อแม่อุตส่าห์ส่งเสียให้ได้เรียน และเมื่อผมเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 ผมคิดเสมอว่าผมมอบเป็นรางวัลให้พี่ และพ่อแม่....ครับ
และปัจจุบันพี่ตั้ม-พี่เปิ้ลเป็นตัวอย่างความสำเร็จการทำงานผ่านระบบออนไลน์ โดยให้ระบบทำงานเองอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นคนบุกเบิกระบบ Social Network - Marketing ได้สำเร็จอย่างยอดเยี่ยมตัวอย่าง เช่น
-ระบบประกันภัยรถยนต์อันดับ1 ใน Google : ประกันรถยนต์ ราคาถูก ผ่อนได้ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
www.wowinsure.com
www.20insure.com
www.tumprakan.com
- ระบบประกันชีวิตเช็คเบี้ยและซื้อประกันออนไลน์ Allianz AYUDHYA ประกันชีวิต เริ่มต้น 3,000 บ. คุ้มครองชีวิต + มีเงินออม + ลดหย่อนภาษี + รับเงินเมื่อครบสัญญา 140% + มีโอกาสได้เงินปันผล ##คำนวณเบี้ย 10 วินาที ทราบผลทันที รับสมัครตัวแทน ##
http://www.noinsure.com
เบ้าหลอมที่ช่วยกันหล่อและหลอมที่ทำให้ผมเป็นอย่างทุกวันนี้ ต้องขอขอบพระคุณอย่างสูงยิ่งสำหรับแม่ที่เลี้ยงผมมาจริงๆ ตั้งแต่เด็กที่ผมจำความไม่ได้ เนื่องจากพ่อแม่แท้ๆ ไปทำไร่ทำสวน กลับมาก็จนตะวันตกดิน มืดค่ำ "คือแม่ใหญ่ " (แฟนคุณตาเสาร์) ซึ่งผมแทบจะจำอะไรไม่ได้เลยเพราะเด็กมากๆ แต่ที่จำได้เลื่อนลางที่สุดคือตอนที่ผมได้ไปบวชหน้าไฟตอนแม่ใหญ่เสียแล้ว แต่ผมก็ระลึกถึงพระคุณเสมอมา หลังจากนั้นก็จะมี ป้าๆ คอยเลี้ยงผมอีกที น้าซอน-แม่คิม-แม่มิน ที่คอยเป็นเบ้าหลอม คุณปู่ฮัก-คุณยายไข่ วิจิตร เลี้ยงดูให้เติมใหญ่ขึ้นมาและผมต้องขอขอบพระคุณทุกคนทั้งที่กล่าวและไม่กล่าวมา ทั้งครู-อาจารย์ เพื่อนสนิท มิตรสหาย.....ครับ
คุณปู่ฮัก-คุณย่าไข่ วิจิตร คุณตาเฝือ - คุณยายสีดา บุญคำ
3 พี่น้องบวชหน้าไฟแม่ใหญ่
น้าซอน
แม่มิน
แม่คิม
แนะนำพี่สะใภ้สวยและแสนดีครับ..... พี่เปิ้ล-พี่โก๋
พี่ตั้ม - พี่เปิ้ล
พี่ต้อม - พี่โก๋
เอนก
เพื่อนสมัยเด็กๆ เพื่อนสมัยโตๆ และเพื่อนสมัยต่อๆ....ไป
เพื่อนสมัยเด็กๆ เพื่อนสมัยโตๆ และเพื่อนสมัยต่อๆ....ไป
นักศึกษาวิชาทหาร
ครั้งหนึ่งของช่วงชีวิตที่น่าจดจำ
เพื่อนเจ้าบ่าว : เดี่ยว - ต้าร์ - เอ็กซ์ - เจ (จากซ้ายไปขวา)
เดี่ยว : หนุ่มสกลคารมดี ที่จะมาพาว่าที่เจ้าบ่าวบุก ประตูเงิน-ประตูทอง ไปพบว่าที่เจ้าสาว....
ตำแหน่ง วิศวกรไฟฟ้า สถานจัดการและอนุรักษ์พลังงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เดี่ยว : หนุ่มสกลคารมดี ที่จะมาพาว่าที่เจ้าบ่าวบุก ประตูเงิน-ประตูทอง ไปพบว่าที่เจ้าสาว....
ตำแหน่ง วิศวกรไฟฟ้า สถานจัดการและอนุรักษ์พลังงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เอ๊กซ์ : หนุ่มมาดเท่-เสน่ห์ล้น มาเป็นกำลังหลักในงานนี้ (ซองหนัก ได้ยินข่าวมาว่ายังงั้น)...อิอิ
ตำแหน่ง Electrical engineer ,Adisa group Co.,Ltd.
ตำแหน่ง Electrical engineer ,Adisa group Co.,Ltd.
และกำลักศึกษา ป.โท สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญญุรี
เจ : หนุ่มเกาหลี ขี้อาย แต่หัวใจถึงไหนถึงกัน เพื่อเพื่อนๆ เขายอมคุมหลังให้....และพร้อมจะลุยถ้ามีโอกาส
ตำแหน่ง Inspector หจก.สกลนครไทยอีสาน
ตำแหน่ง Inspector หจก.สกลนครไทยอีสาน
"....ข้านี้ศิษย์มีครู... "
อ.รัฐษากรณ์ สุริยกุล ณ อยุธยา
อาจารย์สาขาวิศกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์
May a be force with you. = ขอพลังจงสถิตแก่ท่าน
เป็นเพียงหนึ่งคำสอนที่มอบให้ลูกศิษย์มา อยู่ที่จะเอาไปใช้ยังไง สั้นๆ แต่แค่นี้พอแล้วครับ...
ท่านอาจารย์ ดร.มนตรี คงตระกูลเทียน
ปัจจุบันที่คอยเป็นเบ้าหลอมให้ผม...ครับ
"ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ที่มอบทุกคำสอน ทุกโอกาส
และทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างให้ด้วยเมตตาจิตเสมอมา..."
....ขอขอบคุณทีมงาน....
บริษัท สวนละออ จำกัด
บริษัท น้ำแร่เพชรสุวรรณ จำกัด
บริษัท แม่สอดกรีน พาวเวอร์ จำกัด
"ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงยิ่ง ที่มอบทุกคำสอน ทุกโอกาส
และทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างให้ด้วยเมตตาจิตเสมอมา..."
....ขอขอบคุณทีมงาน....
บริษัท สวนละออ จำกัด
บริษัท น้ำแร่เพชรสุวรรณ จำกัด
บริษัท แม่สอดกรีน พาวเวอร์ จำกัด
สุดท้ายก็หากันจนเจอ...
บทสัมภาษณ์คู่บ่าว-สาว
1. และเจอกันตอนแรกได้ยังไง...ค่ะ
สวัสดีท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้านและทางห้องส่งทุกคนค่ะ วันนี้เราจะมาสัมภาษณ์ว่าที่เจ้าบ่าวและว่าที่เจ้าสาว ทั้งสองคนที่มาเป็นเกียรติรับเชิญในวันนี้ และแขกรับเชิญเพื่อนว่าที่เจ้าบ่าวและว่าที่เจ้าสาวด้วยนะค่ะ...สวัสดีค่ะ, สวัสดีครับ
ต้าร์ : ก็ไม่รู้ซิครับ จำไม่ได้แล้วครับ..น่าจะบังเอิญหรือโดนหลอก ยังงงๆ อยู่เลย (พูดไปหัวเราะไป)
กิ๊บ : (ยิ้ม..ๆ อายๆ) แล้วว่าที่เจ้าสาวก็เล่าว่า ก็ได้เจอว่าที่เจ้าบ่าวตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน เห็นตอนแรกก็รู้สึกว่าใช่ๆ จากนั้นก็แอบติดตามความเคลื่อนไหว จากเพื่อนเราและเพื่อนเขาบ้าง โดยไม่ให้เขารู้ตัว ก็พอผ่านไปสักพักหนึ่งได้มีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และได้รู้จักกันมากขึ้น แต่เขาก็ยังไม่รู้นะ (พูดแล้วก็หัวเราะ...) แล้วจากนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้น. จนทำให้ได้รู้จักกันมากขึ้น โดยเขาก็ดีและเสมอต้นเสมอปลายดี...เอาใจใส่ดีเสมอมา..
2. แล้วว่าที่เจ้าบ่าวและว่าที่เจ้าสาวได้คบหาดูใจกันมานานแค่ไหนกี่ปีแล้ว...ค่ะ
ต้าร์ : ผมว่าเหมือนเมื่อวานนี้เองเลยครับ....มันดูเร็วมาก เพราะเราไม่ค่อยห่างกันเลย..."ห่างแต่กาย แต่ใจไม่ห่างกัน"......(พ๊ะหนะ) ....ว่าที่เจ้าสาวเริ่มหน้าแดง...หน่อยๆ เพราะโดนคำคมของฝ่ายว่าที่เจ้าบ่าวไปและก็เล่าต่อไปว่า....
กิ๊บ : ถ้าเริ่มคบหาดูใจกันก็ 7 ปี แต่ก็ดูๆเหมือนแป็บเดี่ยวเองนะค่ะ.....(ยิ้ม)
3. แล้วทั้งสองคนดูแลกันอย่างไร ว่าที่เจ้าสาวใช้วิธีมัดใจว่าที่เจ้าบ่าว และว่าที่เจ้าบ่าวใช้วิธีไหนมัดใจว่าที่เจ้าสาวได้ขนาดนี้....ได้ยินข่าวว่าต่างคนต่างทำงานไกลกันด้วย...ค่ะ
กิ๊บ : เนื่องจากทุกวันนี้การติดต่อสื่อสารมันสะดวกยิ่งขึ้น ก็เป็นการใช้โทรศัพท์เป็นส่วนใหญ่และการสื่อสารอื่นๆ เช่นอินเตอร์เน็ต ไลน์ เป็นต้น ก็อย่างที่ต้าร์เขาบอกว่า "ห่างกัน แต่ใจไม่ห่างกัน" เราก็ต้องทำให้ได้และรู้สึกให้ได้อย่างนั้น มันก็จะช่วยได้ และอีกอย่างที่ทำให้เราเรียนรู้กันได้นานขนาดนี้ เพราะความเชื่อใจกันและกัน ถ้าเราไม่ซื่อตรงต่อกันก็แค่เรียนรู้กัน แล้วก็แยกกันด้วยความรู้สึกดีๆ เพราะความรักไม่ใช่การเป็นเจ้าของ ต้องทำมันให้เป็นส่วนหนึ่งที่เราสองคนมีความเข้าใจกันและอยากดูแลกัน เอาใจใส่กัน....
และที่ถามว่ามัดใจกันได้อย่างไร ก็ไม่ยากค่ะ เพราะเราเชื่อว่าคนสองคนที่จะคบกันและรักกันได้ มันเหมือนมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ทำให้สิ่งที่ขาด สิ่งที่เกิน มาเจอกันแล้วเข้ากันได้พอดี...เหมือนทำกับข้าวก็ได้ ความอร่อยมันอยู่ที่ความลงตัวของวัตถุดิบ เครื่องปรุง ความร้อน เวลา แม้จะทุกอย่างเหมือนกัน แต่ถ้าคนทำเป็นคนละคนกันความอร่อยไม่เหมือนกัน....
ต้าร์ : ผมก็ว่าเหมือนฝ่ายเจ้าสาวนั่นละครับ...(55...หัวเราะ แล้วฝ่ายว่าที่เจ้าบ่าวก็เล่าต่อไปว่า..) ผมเป็นคนที่สบายๆ ในเรื่องที่สบายๆ อาจจะเกือบทุกเรื่อง และจะมองโลกในแง่ดี ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผู้ชายจะมีเหตุผลเยอะกว่าฝ่ายหญิงอยู่แล้ว เพราะฝ่ายหญิงจะใช้อารมณ์ตัดสินใจมากกว่า ถ้าเขาใช้อารมณ์ผมก็ไม่ต้องอะไรมาก ผมแค่ทำตัวให้เป็นแกนกลางเหมือนดวงอาทิตย์คอยให้เหตุผล เขาก็ต้องมีเหตุผล ถ้าไม่มีก็ต้องหมุนรอบดวงอาทิตย์อย่างผมไป...555
คนสองอาจมีเรื่องทะเลาะกันบ้าง ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจกันบ้างมันเป็นเรื่องธรรมดา วันนี้ไม่เข้าใจไว้พรุ่งนี้เข้าใจก็ยังไม่สาย แต่อย่าใช้อารมณ์มาตัดสินก็พอ.....
4. เหตุผลอะไรที่ว่าที่เจ้าบ่าวและว่าที่เจ้าสาวตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน จนทำให้มีวันนี้เกิดขึ้นค่ะ
ต้าร์ : หนึ่งเหตุผลของพวกเรา.....พอดีไปเจอในเฟสบุ๊คมา มันทำให้เรากล้าที่จะใช้ชีวิตคู่กัน
เพราะเราอยากให้ความสำเร็จของเรามีคนที่เรารักและห่วงใยเราร่วมแสดงความยินดีด้วยเสมอ...ผมอยากใช้ทฤษฎีความไม่สมบูรณ์แบบในการดำเนินชีวิตและใช้ชีวิตต่อไป เพราะถ้าเมื่อไหร่เกิดความสมบูรณ์แบบความกระหายที่จะเติมเต็ม และทำให้มันให้สมบูรณ์แบบมันจะไม่มีหรือมีน้อยลง ดังนั้นถ้าเราจะรอให้พร้อมทุกอย่างแล้วค่อยตัดสินใจบางทีมันอาจสายไปแล้ว....และสิ่งที่ยังขาดจะได้ช่วยกันเติมเต็มอาจเร็วกว่าคนเดียวก็ได้....เข้าข้างตัวเองหรือเปล่าไม่รู้...(หัวเราะ...55)
กิ๊บ : ผู้หญิงทุกคนมีความอ่อนแอ และความความกลัวในตัวเองเสมอค่ะ แม้จะดูเข้มแข็งแค่ไหน ทุกคนก็ต้องมีแต่อาจน้อยกว่าแค่นั้นเอง ดังนั้นเรื่องการที่จะมีใครมาช่วยคิด มาคอยดูแลนั่นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ และผู้ชายคนนี้ก็ทำให้กิ๊บรู้ว่าเขาดูแล เอาใจใส่เราได้ดีมาก...สามารถปกป้องดูแลเราได้ เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายในทุกเรื่อง...ทั้งเรื่องดี..(และไม่ดีหรือเปล่า...หัวเราะ)
5. หลังจากผ่านวันนี้ไปแล้ว ทั้งสองคนวางแผนอนาคตไว้ยังไงบ้าง...ค่ะ
ต้าร์ : ตามที่บอกไว้ตอนแรกแหล่ะครับ เรื่องทฤษฎีความไม่สมบูรณ์แบบ ผมต้องไปตามหาความไม่สมบูรณ์แบบอีกต่อไป...(หัวเราะ) คือถ้าจริงๆก็ยังไม่ได้วางแผนอะไรมากนะครับ ก็คงเหมือนเดิม แต่อาจจะทำ....เหมือนเดิมนั่นแหล่ะครับ (หัวเราะ) เพราะทุกวันนี้ทุกอย่างก็มีความสุขดีแบบพอเพียง ผมเชื่อเสมอว่าความสุขมันมีอยู่ในตัวเสมอ แต่ต้องมาพร้อมกับความพอเพียง
เราก็ยังเป็นคนรักกันเหมือนเดิม รักแบบ..."ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน? " เพลงของดาเอ็นโดรฟิน (ฮ่า..ๆๆ) แต่สิ่งที่จะทำให้เราไปต่อและเรียนรู้กันเพิ่มขึ้นคือความไว้ใจและเข้าใจกัน... ส่วนวางแผนระยะยาว...ก็เอาไว้คิดกันอีกทีครับ
กิ๊บ : ส่วนกิ๊บนะคะ ก็คงต้องว่าตามต้าร์ไปก่อนเพราะถ้าจริงๆเราก็ยังไม่พร้อมกันหลายๆ อย่าง แต่มีอย่างหนึ่งที่เราเข้ากันได้ดี คือการให้กำลังใจกันและกัน คอยเอาใจใส่ คอยเป็นเพื่อน แค่นี้เราพอแล้ว...(แต่ฝ่ายว่าที่เจ้าสาวกระซิบข้างๆว่า...."แค่ช่วงนี้นะค่ะ" แล้วก็หัวเราะ)
6. ตอนขอแต่งงานขอกันอย่างไง ใครเป็นคนขอ ขอที่ไหน...ค่าสินสอดท้องหมั้นเท่าไหร่ค่ะ (อันนี้แฟนทางบ้านฝากถามมา ทางพิธีกรไม่ได้เตรียมอะไรนะค่ะ..ขอบอก ๆ ) และอยากให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเล่าถึงความประทับใจให้ เพื่อนๆ ที่ติดตามบล๊อคเรามาถึงขนาดนี้ได้หายข้องใจหน่อยค่ะ
ต้าร์ : ที่จริงก็ไม่มีไรมากนะครับ...คือเราเคยคุยกันไว้บ้างแล้วแต่มันยังไม่พร้อมหลายอย่าง เราก็เลยรอให้ทุกอย่างเข้าที่ จนมีวันนี้ครับ...(หัวเราะ) โดยส่วนใหญ่เราก็จะคุยกันทางโทรศัพท์ครับเนื่องจากทำงานอยู่กันค่อนข้างไกลกันไม่สะดวกเรื่องเดินทาง เมื่อมันถึงเวลาก็ให้ผู้ใหญ่เขาคุยกัน ส่วนเรื่องสินสอดไม่บอกได้ไหม?....(หัวเราะ 55) ก็ไม่ถึงกับมากอะไร แต่ไม่ขอเปิดเผยนะครับ เพราะจริงๆแล้ว อย่างที่คุยกันมาตั้งแต่ตอนต้น เราจัดงานนี้เพื่อกันและกันจริงๆ เรื่องอื่นๆ เลยไม่ค่อยเอามาเป็นประเด็นมาก เอาตามเห็นพอสมควรก่อน....ครับ
ส่วนเรื่องความประทับใจในตัวว่าที่เจ้าสาว ผมมองว่าเป็นความต่างและเติมเต็มกันและกันมากกว่า การเข้าใจกัน การเป็นเพื่อนกัน เคียงข้าง เป็นกำลังใจกัน และยังมีความเป็นส่วนตัว โดยส่วนมากแล้วกิ๊บเขาจะดูแลเอาใจใส่ดีเกือบทุกอย่าง...ครับ (ซึ่งก็ทุกอย่างแหล่ะครับ..หัวเราะ)
กิ๊บ : ก็เหมือนกันค่ะ...แม้ว่าที่เจ้าบ่าว...เขาจะเหตุผลร้อยแปดก็ตาม (หัวเราะ) ก็เอาตามที่พร้อม แต่อาจจะไม่พร้อมทั้งหมดเลยทีเดียวนะค่ะ เมื่อมาถึงวันนี้สำหรับผู้หญิงเองก็ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งและมีความสุขมากค่ะ อย่างที่บอกค่ะผู้หญิงทุกคนเมื่อถึงเวลาและคิดว่าคนนี้คือคนที่สามารถดูแลเอาใจใส่เรา และเขาก็เป็นอย่างนั้นเราก็เลยอยากให้เขาดูแลและเดินเคียงข้างไปกับเราค่ะ ที่กิ๊บประทับใจในตัวเขา ก็เพราะเขาเป็นตัวของเขาเอง เขามีเหตุผลจนบางทีกิ๊บเองก็ไม่เข้าใจ แต่มันก็ดีค่ะ (หัวเราะ) เพราะบางเรื่องเขาไม่ค่อยจะมาอะไรมากมาย คือเราต่างคนต่างมีช่องว่าง เราเป็นเพื่อนกัน และเราใช้ความเชื่อใจมากกว่า อีกอย่างที่เขาคือเขาจริงๆ คือ เขาเป็นคนที่กินง่ายมาก กินอะไรก็ได้ แต่เขาชอบกินข้าวเหนียวมาก สมถะไม่ค่อยจะเกินตัวมากมาย แต่ชีวิตเขามีแบบแผน ถ้าเขาอยากทำ อยากได้ เขาจะมีวิธีของเขาเอง แต่ถ้าไม่อยากทำ ไม่อยากรู้....เขาก็ไม่ทำอะไร คือประทับใจในตัวที่เป็นเขาคนนี้...แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ...(หัวเราะ)
7. คำถามอีกหนึ่งข้อในช่วงนี้ อยากสัมภาษณ์ทางเพื่อนทางฝ่ายว่าที่เจ้าบ่าว และว่าที่เจ้าสาวหน่อยค่ะ ว่ารู้จักเพื่อนคนนี้นานแค่ไหน โดยมีคุณเอ็กซ์เพื่อนว่าที่เจ้าบ่าว และแนนซี่เพื่อนว่าที่เจ้าสาวมาเล่าให้เราฟังว่า...ประทับใจอะไรในตัวเพื่อนคนนี้ หรือมีอะไรพิเศษที่รู้กันแค่สองคน..เม้าได้เลย เชิญค่ะ..
เอ็กซ์ (เพื่่อนว่าที่เจ้าบ่าว : ...ชมจากคลิปค่ะ...
แนนซี่ (เพื่อนว่าที่เจ้าสาว) : กิ๊บซี่เป็นเพื่อนที่น่ารักมากสำหรับเเนน เป็นเเม่บ้านเเม่เรือน งานบ้านงานเรือนนางเก่ง ระเบียบเรียบร้อยมาก เป็นคนมีเหตุผล รักเพื่อน นิสัยดี เป็นกันเอง แนนขอให้เพืีอนรักทั้งสอง มีความสุขมากๆๆหนักนิดเบาหน่อย ครองรักกันตลอดไปจ้า มาสนิทกันช่วงไหนแนนจำไม่ได้จริงๆๆๆแต่ที่จำได้คือ มีไรก้อคุยกัน ใครจะว่ากิ๊บยังไง แนนเชื่อในสิ่งที่เเนนเห็นเเละรู้จักกิ๊บ ณ ตอนนี้ มีเพื่อน ไม่กี่คน ที่ติดต่อกัน จ้า สรุป นางน่ารัก จ้า
แล้วก็มาถึงช่วงสุดท้าย ทางทีมงานโพนพิสัย-นาเขบล๊อก (http://phonphisai-nakha.blogspot.com) เราก็ต้องขอบคุณแขกผู้มีเกียรติอย่างสูงที่ติดตามกันจนสุดท้ายจริง..ๆ หากผิดพลาดประการใด ทำให้คนใดคนหนึ่งไม่เข้าใจ หรือสื่อความหมายผิดพลาดประการใด ทางทีมงานก็รับผิดแต่เพียงผู้เดียว และหวังว่าทุกๆ ท่านจะไม่ถือโทษโกรธแต่อย่างใด
ทางทีมงานจัดทำก็ขออวยพรให้ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวประสบแต่ความสุข เจริญทั้งทางโลกและทางธรรม สุขสมหวังด้วยประการทั้งปวงครับ......
ของรับไหว้ญาติผู้ใหญ่
เป็นผ้าขะม้าทำมือของ "OTOP ผ้าทำมือกลุ่มจังหวัด นครพนม มุกดาหาร และสกลนคร" เป็นการรวมตัวกันเพื่อสืบสานงานศิลปะภูมิปัญญาท้องถิ่น ลวดลายมีให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์ครับ ซึ่งบ่งบอกถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม การดำรงชีวิต อย่างนี้ต้องอุดหนุนกันครับ...
ฝากข่าว.....!!
ประชาสัมพันธ์....เพิ่มเติมครับ
พี่ตั้ม-และพี่เปิ้ล (หกจ.ทิพย์วิจิตร)
ได้จัดโครงการมอบคอมมือ2 ให้กับ
โรงเรียน บ้านโนน-โนนสวรรค์ (โรงเรียนเก่าสมัยประถมครับ..ตามรายละเอียด)
บริจาควันที่ 12 เม.ย. 57
ผู้รับผิดชอบโครงการ : นายกาญจนะ - น.ส. สุทธาทิพย์ วิจิตร (ห.จ.ก.ทิพย์วิจิตร)
เพื่อบริจาคให้แก่ : โรงเรียนบ้านโนน-โนนสวรรค์
ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
วัตถุประสงค์
:
1.
เพื่อนําไปใช้เป็นอุปกรณ์ในการเรียนการสอนสำหรับเด็ก
2.
เพื่อนําไปใช้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ให้นักเรียนสามารถศึกษาหาความรู้จากโลกภายนอกได้
3. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น
4.
เพื่อนําไปใช้งานด้านอื่นๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การบริจาคสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ
☻ คอมพิวเตอร์ที่ท่านมีอยู่ และไม่ใช้แล้ว
☻ เงินบริจาค เพื่อนําไปซื้อคอมฯ มือสอง
ช่วงวันเวลาดําเนินการ :
- ก.พ. 2557 ประชาสัมพันธ์โครงการ
- มี.ค - 5 เม.ย. 2557 เปิดรับบริจาคคอมพิวเตอร์มือสอง
- 12 เม.ย. 2557 เดินทางไปบริจาค
ติดต่อบริจากได้ที่ : พี่ตั้ม 087-1464000
พี่เปิ้ล 081-4676341
พี่ต้อม 087-1463000
พี่ต้อม 087-1463000
ต้าร์ 086-4445686
Download รายเอียดเพิ่มเติม : รายละเอียดโครงการฯ , ข้อมูลโรงเรียน (อุปกรณ์คอมฯ)
#หมายเหตุ ใบเสร็จรับเงิน จากโรงเรียนฯ เพื่อนำไปเป็นค่าลดหย่อน สำหรับยื่นเสียภาษีประจำปี โดยจะสามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า ของราคาคอมพิวเตอร์ หรือเงินที่บริจาค ตามมาตรา 47 (7)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น